7 ร้านอาหารอินเดียเดลิเวอรี่กรุงเทพฯ สัมผัสกลิ่นอายภารตะง่าย ๆ จากปลายนิ้ว

อาหารอินเดียเดลิเวอรี่กรุงเทพฯ

อินเดียเป็นชนชาติที่มีความเจริญทางวัฒนธรรมมายาวนานชนชาติหนึ่ง และวัฒนธรรมอย่างหนึ่งของชาวอินเดียที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นตามแบบฉบับของตนก็คือวัฒนธรรมการกิน ซึ่งอาหารอินเดียนั้นจะมีลักษณะพิเศษคือกลิ่นของเครื่องเทศที่เป็นแบบเฉพาะตัว ที่ทำให้ใครหลายคนต่างหลงใหล แต่ในขณะเดียวกันก็มีผู้คนอีกไม่น้อยที่คิดว่ามันจะฉุนเกินไปจนไม่กล้าที่จะลองทาน จนทำให้พลาดของดีไป และถ้าหากคุณไม่อยากจะพลาดและพร้อมที่จะเปิดใจลอง เรามีร้านอาหารอินเดียเดลิเวอรี่กรุงเทพฯ มานำเสนอ รับรองได้เลยว่าคุณจะหลงรักเสน่ห์แห่งอาหารภารตะอย่างแน่นอน

1. รอยัล อินเดีย (Royal India)

ถ้าพูดถึงอาหารอินเดียจะไม่พูดถึงร้านนี้ไม่ได้เลย เพราะภัตตาคารแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นอาหารอินเดียร้านแรกของประเทศไทยเลยทีเดียว นั่นจึงทำให้รอยัลอินเดียมีระยะเวลาการเปิดให้บริการและเป็นที่รู้จักในย่านพาหุรัดมาเกินกว่า 50 ปี ซึ่งทางร้านก็มีความพิเศษตรงที่หมักชีสและโยเกิร์ตเอง ดังนั้นเมนูที่มีสองอย่างนี้เป็นส่วนประกอบรับรองเลยว่าเด็ด

2. อินเดียน ฟู้ด (Indian food)

เป็นอีกหนึ่งร้านดังของอาหารอินเดียที่ถูกปากคนไทยเป็นอย่างมาก ทำให้มีการเปิดสาขาเพิ่มแล้วถึง 4 สาขา รวมทั้งยังมีบริการอาหารอินเดียเดลิเวอรี่กรุงเทพฯ อีกด้วย ส่วนเมนูเด็ดที่ใครได้ลองเป็นต้องติดใจก็คือเมนูไก่อย่าง Chicken Tikka Masala

3. มาซาล่า อาร์ท (Masala Art)

มาซาล่า อาร์ทเป็นร้านอาหารอินเดียที่พิถีพิถันในด้านเครื่องเทศตรงตามชื่อร้าน โดยจะเป็นอาหารอินเดียทางเหนือที่จะมีรสชาติจัดจ้านหน่อย แต่ก็มีการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับลิ้นของคนไทยได้อย่างดี ถ้าใครที่ชื่นชอบอาหารรสจัดอยู่แล้วต้องขอแนะนำร้านนี้เลย

4. คะบับ แอนด์ เคอร์รี่ส์ (Kebabs & Kurries Restaurant)

ดูจากชื่อร้านก็จะเห็นว่าสิ่งที่นำเสนอคือเคบับและแกง ซึ่งทางร้านมีแกงแบบอินเดียหลากหลายชนิดไว้บริการ ซึ่งยังคงความเข้มข้นแบบดั้งเดิมไว้ได้อย่างดี และในขณะเดียวกันก็มีการจัดการให้น่าทานมากขึ้น ทั้งการจัดจานและบรรยากาศภายในร้าน และก็มีบริการอาหารอินเดียเดลิเวอรี่กรุงเทพฯ ด้วยเช่นกัน

5. ราง มาฮาล (Rang Mahal)

ราง มาฮาล ร้านอาหารอินเดียที่ได้รับรางวัลการันตีความอร่อยมาแล้วมากมาย ดังนั้นเรื่องรสชาติอาหารนั้นไม่ต้องห่วงเลย แถมทางร้านยังขึ้นชื่อเรื่องบรรยากาศในร้านที่น่านั่งมากอีกด้วย เพราะตั้งอยู่บนชั้น 26 ทำให้ได้สัมผัสบรรยากาศแบบรูฟท็อปอีกด้วย

6. ตุ๊กตุ๊ก (Tuk Tuk Asian Streatery)

เป็นร้านอาหารอินเดียที่น่าสนใจมาก เพราะร้านนี้นำเสนออาหารอินเดียในแนวสตรีทฟู้ดและการตกแต่งร้านที่ออกแนวสนุกสนานเข้าถึงง่าย และรสชาติอาหารของทางร้านก็เข้าถึงลิ้นคนไทยได้ง่ายเช่นกัน ในขณะเดียวกันก็ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของอาหารอีกด้วย

7. ปันจาป สวีท (Punjab Sweets)

ร้านสุดท้ายเอาใจคนรักสายหวานกันหน่อย กับร้านปันจาป สวีท ที่มีขนมอินเดียหลากหลายชนิดไว้ให้ลิ้มลอง ซึ่งขนมของทางร้านรังสรรค์ข้นมาโดยพ่อครัวชาวอินเดียแท้ ๆ และทำกันแบบสดใหม่วันต่อวันอีกด้วย รับรองได้เลยว่าสายหวานต้องติดใจอย่างแน่นอน

“แป้ง แกง เครื่องเทศ” กลิ่นอายแบบภารตะนั้นเป็นวัฒนธรรมการกินที่ไม่มีใครเหมือน และวันนี้เราไม่ต้องไปไกลถึงอินเดียก็สามารถหาทานได้ หรืออาจจะไม่ต้องออกจากบ้านเลยด้วยซ้ำเพราะมีอาหารอินเดียเดลิเวอรี่กรุงเทพฯไว้ให้บริการ แล้ว ไม่ต้องรออะไรแล้วมื้อต่อไปจัดมาชิมกันเลย

Tags:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Related Post

บุหรี่ไฟฟ้าราคาถูก

รวมข้อดีของการใช้บุหรี่ไฟฟ้าราคาถูกรวมข้อดีของการใช้บุหรี่ไฟฟ้าราคาถูก

อย่างที่ทราบกันดีว่า บุหรี่ไฟฟ้าราคาถูกเป็นสิ่งที่สามารถใช้ทดแทนบุหรี่ธรรมดาได้เป็นอย่างดี แต่คุณหารู้ไม่บุหรี่ไฟฟ้าราคาถูกยังมีข้อดีที่มากมายกว่านั้น ฉะนั้น บทความนี้เราจึงได้รวบรวมข้อดีอันมากมายหลากหลายของบุหรี่ไฟฟ้าราคาถูกมาฝากกัน แต่ข้อดีของบุหรี่ไฟฟ้าราคาถูกจะมีอะไรบ้างนั้น ต้องตามมาดูกันเลย รวมข้อดีของการใช้บุหรี่ไฟฟ้าราคาถูก ข้อดีของบุหรี่ไฟฟ้าราคาถูก : การสูบบุหรี่ไฟฟ้าปลอดภัยกว่าการสูบบุหรี่ถึง 95% เนื่องจากไม่มีการเผาไหม้ทาร์หรือเถ้าบุหรี่ไฟฟ้าทำให้ผู้สูบได้รับประโยชน์ด้านสุขภาพจากการปลอดบุหรี่ นั่นหมายถึงสุขอนามัยในช่องปากที่ดีขึ้น สุขภาพผิว สุขภาพปอดนั่นเอง ข้อดีของบุหรี่ไฟฟ้าราคาถูก : ไม่มีกลิ่นที่เป็นพิษ หนึ่งในข้อดีที่สุดของการสูบบุหรี่ไฟฟ้าคือคุณและสิ่งแวดล้อมของคุณ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนหรือคนในครอบครัวจะไม่มีกลิ่นควันที่แสบจมูก ข้อดีของบุหรี่ไฟฟ้าราคาถูก : ควบคุมปริมาณนิโคติน การสูบบุหรี่ไฟฟ้าสามารถควบคุมปริมาณนิโคตินได้อย่างเต็มที่ ตั้งแต่นิโคตินต่ำ ไปจนถึงนิโคตินที่มีความเข้มข้นสูง ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้ใช้งาน ข้อดีของบุหรี่ไฟฟ้าราคาถูก :

รถรับจ้างขนของศรีราชา

เรื่องที่คุณเตรียมข้อมูลก่อนจะติดต่อรถรับจ้างขนของศรีราชาเรื่องที่คุณเตรียมข้อมูลก่อนจะติดต่อรถรับจ้างขนของศรีราชา

สำหรับสิ่งที่หลายคนอาจจะยังไม่เคยรู้มาก่อนก็คือหลักการติดต่อรถรับจ้างขนของศรีราชา การจะติดต่อรถรับจ้างนั้นไม่ใช่ว่าคุณสะดวกเมื่อใดก็สามารถโทรศัพท์ไปได้เลย หากแต่ต้องมีการนัดหมายก่อนเพื่อให้มั่นใจได้ว่าการขนของจะราบรื่นและเรียบร้อยดี สำหรับสิ่งที่คุณต้องเตรียมข้อมูลก่อนจะติดต่อรถรับจ้างขนของศรีราชานั้นมีดังต่อไปนี้ 1.เส้นทางที่จะมายังจุดนัดพบ แม้ว่าศรีราชาจะเป็นอำเภอที่ไม่ได้มีขนาดใหญ่มาก แต่ก็ใช่ว่าคนที่อยู่ในพื้นที่จะรู้จักทุกตารางนิ้วของศรีราชาได้ ดังนั้นคุณอาจจะต้องเลือกสอบถามก่อนว่าทางบริษัทรับจ้างขนของนั้นรู้จักเส้นทางหรือไม่ หากไม่รู้จักอาจจะมีการวาดแผนที่หรืออธิบายเพิ่มเติมถึงเส้นทาง โดยมีการบอกจุดสังเกตก่อนถึงบ้านหรือที่นัดพบของคุณเอง จะได้ไม่ต้องเสียเวลาหรือขลุกขลักหากว่าถึงเวลานัดหมายจริง 2.จุดประสงค์ในการเรียกรถรับจ้างขนของ ก่อนจะเรียกรถขนของนั้น คุณจะต้องเตรียมข้อมูลให้แน่นอนก่อนว่าต้องการเรียกรถรับจ้างขนของเพื่ออะไร ยกตัวอย่างเช่น เรียกเพื่อย้ายของสำนักงาน เรียกเพื่อย้ายของร้านอาหาร หรือเรียกให้ยกเฟอร์นิเจอร์ การบอกจุดประสงค์ในการเรียกรถรับจ้างขนของจะทำให้ทางบริษัทนั้นเตรียมคนขับรถมาให้คุณได้ถูกต้อง และแม่นยำนั่นเอง 3.ของที่จะให้ขนนั้นต้องการการดูแลเป็นพิเศษหรือไม่ หากว่าของที่คุณต้องการจะให้ขนนั้นเป็นของที่เปราะบางเป็นพิเศษ แนะนำว่าให้เลือกที่จะแจ้งทางบริษัทก่อนเป็นอันดับแรก โดยในกรณีที่เป็นของจำพวกเซรามิกส์หรือว่ากระจกนั้น นอกจากจะแจ้งให้ผู้ที่ขนของได้รับทราบแล้ว คุณต้องเตรียมแพ็คสินค้าอย่างแน่นหนาอีกด้วย ไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้เกิดปัญหาสินค้าแตกหักหรือว่าเสียหายในภายหลังได้อย่างแน่นอน 4.ปลายทางสำหรับวางสินค้าต้องขึ้นชั้นสองหรือไม่ สำหรับใครที่รู้แน่ชัดอยู่แล้วว่าปลายทางสำหรับวางสินค้านั้นอยู่ชั้นสองอาจจะต้องเตรียมตัวแจ้งข้อมูลกับทางบริษัทก่อนจะดีที่สุด เนื่องจากทางบริษัทจะได้มีการวางแผนนำพนักงานยกของมาเพิ่มมากขึ้น

ประกัน 3 คือ

ประกัน 3 ราคาถูกกับประกัน 3+ประกัน 3 ราคาถูกกับประกัน 3+

เมื่อศึกษาประกันภัยรถยนต์ชั้นต่างๆ เพื่อหาประกันภัยที่ตอบสนองความต้องการได้มากที่สุด หลายคงคนคุ้นตากับประกันภัยรถยนต์ชั้น 3 ที่ราคาเบี้ยประกันถูก ตอบสนองโจทย์ของคนที่ต้องการประหยัดเบี้ยประกันภัยและไม่ค่อยต้องการใช้รถนัก แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีตัวเลือกของประกันภัยรถยนต์ชั้น 3+ ที่ใกล้เคียงกันเข้ามาด้วย แล้วประกันภัยแบบใดที่คุ้มค่าและดีที่สุดกันล่ะ   ก่อนที่จะเลือกระหว่างประกัน 3 และ 3+ ซึ่ง ประกัน 3 คือประกันที่มีเบี้ยประกันถูก และประกัน 3+ ที่ราคาใกล้เคียงกันนั้น ต้องทำความรู้จักกับประกันภัยรถยนต์ทั้งสองชั้นก่อน ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3 นั้นเป็นประกันภัยที่มีเบี้ยประกันค่อนข้างต่ำ แบกรับได้ง่ายและไม่เป็นภาระในการผ่อนเบี้ยประกันมากนัก แต่ความคุ้มครองของประกัน 3 ราคาเบี้ยประกันประหยัดนี้จะเน้นความคุ้มครองไปที่ความเสียหายของคู่กรณีเป็นหลัก กล่าวคือให้ความคุ้มครองคู่กรณีของผู้ทำประกันเมื่อเกิดอุบัติเหตุ และไม่ครอบคลุมความเสียหายในกรณีที่ไม่สามารถระบุคู่กรณีได้ หรือไม่ครอบคลุมความเสียหายที่คู่กรณีไม่ใช่รถยนต์นั่นเอง ประกัน 3 ราคาถูกนี้จึงเหมาะกับผู้ที่ไม่ได้ใช้รถยนต์บ่อยนักหรือไม่เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง ผ่อนเบี้ยไม่หนักและแบ่งเบาภาระเท่าที่จำเป็น ที่สำคัญคือเหมาะกับผู้ที่ไม่ค่อยเฉี่ยวชนสิ่งของอื่นๆ หรือไม่เสี่ยงต่อความเสียหายอย่างไฟไหม้และน้ำท่วมด้วย  ส่วนประกันภัยรถยนต์ชั้น 3+ นั้นมีข้อแตกต่างจากประกันภัยรถยนต์ชั้น 3 ตรงที่ขยายความคุ้มครองมาครอบคลุมที่ผู้ทำประกันด้วย หากว่าอุบัติเหตุนั้นเกิดจากการชนจากคู่กรณี ผู้ทำประกันก็จะได้รับความคุ้มครองจากประกันภัยรถยนต์ชั้น 3+ ด้วย แต่ก็ไม่ได้ครอบคลุมไปถึงความเสียหายที่ไม่สามารถระบุคู่กรณีได้เหมือนกัน ดังนั้น หากต้องการความครอบคลุมถึงกรณีที่ไม่มีคู่กรณีอย่างรถยนต์สูญหาย น้ำท่วม หรือไฟไหม้ หรือแม้แต่กรณีที่ไม่สามารถตามตัวคู่กรณีได้ ประกันภัยชั้น 3+ และประกันภัยชั้น 3 ก็ไม่สามารถตอบสนองความต้องการได้ อาจพิจารณาเป็นประกันภัยรถยนต์ชั้นอื่นๆ แทน  ดังนั้น ในการเลือกประกัน 3 ราคาถูกกับประกัน 3+ อาจต้องตอบโจทย์ว่าต้องการความคุ้มครองมากเพียงใด หากต้องการคุ้มครองความเสียหายของผู้ทำประกันด้วยก็อาจเลือกจ่ายเบี้ยเพิ่มอีกสักนิดเพื่อประกัน 3+ แต่หากผู้ทำประกันไม่ได้ต้องการความคุ้มครองมากนัก เพียงเลือกประกันเผื่อไว้ให้รถยนต์ที่ไม่ค่อยได้ใช้หรือไม่เสี่ยงต่ออุบัติเหตุแล้ว การจ่ายเบี้ยประกัน 3 ราคาถูกก็คุ้มค่าและเพียงพอต่อความต้องการ อีกทั้งลดภาระค่าใช้จ่ายได้อย่างดีในความคุ้มครองที่เหมาะสม